ราชันทวงฝูงคืน!ตาม0-2พลิกแซงดับบียาร์ฯ3-2

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้ 11 นาที บียาร์เรอัล ได้โอกาสก่อน เมื่อ มาริโอ กาสปาร์ ยิงด้วยขวาจากทางกรอบเขตโทษด้านขวาติดเซฟของ เคย์ลอร์ นาวาส นายทวารของเรอัล มาดริด

ครึ่งชั่วโมงของเกมการแข่งขัน บียาร์เรอัล ได้โอกาสอีกครั้ง เซดริก บากอมบู เปิดจากซ้ายให้กับ ซามูเอล กาสตีเยโฆ่ ชาร์จ่อๆด้วยขวาบอลเหินข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น

เกมดำเนินมานาที 32 บรูโน่ โซเรียโน่ กองกลางของเจ้าถิ่นจ่ายให้กับ เซดริก บากอมบู ยิงด้วยซ้ายติดเซฟของ เกย์ลอร์ นาวาส นายทวารราชันชุดขาว

สามนาทีต่อมา บียาร์เรอัล ส่ง อันเดรส เฟร์นานเดซ ลงมาเฝ้าเสาแทน เซร์คิโอ อาเซนโฆ่ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน

ผ่านมา 36 นาที เรอัล มาดริด ได้ลุ้นจากจังหวะที่ ดาเนียล การ์บาฆาล โยนให้กับ คาริม เบนเซม่า ยิงด้วยซ้ายจ่อๆ จากระยะแค่ 6 หลา ติดเซฟของ อันเดรส เฟร์นานเดซ นายทวารของเจ้าบ้านที่ลงมาเป็นสำรอง หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

กลับมาเล่นต่อแค่ 5 นาที ”เรือดำน้ำสีเหลือง” ปลดล็อกขึ้นนำ 1-0 อาเดรียน โลเปซ ยกบอลจากฝั่งซ้ายลึกถึงเสาไกล ซามู กาสตีเยโฆ่ โขกชงกลับปากประตู มานู ตริเกโรส เอี้ยวตัวยิงฝ่าบล็อก 10 หลาตุงตาข่าย

เท่านั้นไม่พอนาที 56 สกอร์ไหลเป็น 2-0 บรูโน่ โซเรียโน่ โชว์ทัศนวิสัยแทงบอลทะลุยาวจากกลางสนามตัดหลังคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟมาดริดถึง เซดริก บาก็อมบู หลุดเดี่ยวเข้ากรอบไปจิ้มสวน เกย์ลอร์ นาวาส เสียบเสาซ้าย

”ราชันชุดขาว” เหมือนโดนเขี่ยให้ตื่นนาที 61 ลุยพับมาทั้ง 10 คน ดาเนียล การ์บาฆาล ครอสกดดันมาในกรอบ กองหลังบียาร์เรอัลโหม่งสกัดไม่ขาดเข้าทาง โรนัลโด้ วอลเลย์จาก 12 หลาลูกพุ่งจูบเสาขวาดังสนั่น

กระทั่งนาที 64 เรอัล มาดริด ตีไข่แตก 1-2 ดาเนียล การ์บาฆาล ลุยทางกราบขวาแล้วครอสแบบน้ำหนักเท้าชั่งทองให้ แกเร็ธ เบล สอดโหม่ง 6 หลาที่เสาไกลไม่พลาด

ทีมเยือนได้ใจนาที 72 มาเรียกจุดโทษจากจังหวะที่ บรูโน่ โซเรียโน่ กัปตันบียาร์เรอัลทำแฮนด์บอล ซึ่งดูจากภาพช้าถือว่าโชคร้าย

มือสังหาร โรนัลโด้ แปแรงเสียบเสาซ้าย แม้นายด่านพุ่งถูกทางแต่เกินเซฟตีเสมอ 2-2

โทรถูก และก่อนหมดเวลาแค่ 6 นาที กลับเป็น เรอัล มาดริดแซงนำ 3-2 อีสโก้โชว์ขยันแย่งบอลที่กลางสนาม โทนี่ โครส เก็บมาปั้นแทงออกปีกซ้ายให้มาร์เซโล่ สปีดเติมครอสถึงปากประตู อัลบาโร่ โมราต้า ตัวสำรองโดดโหม่งแบบไร้ตัวประกบเข้าไป จบเกม เรอัล มาดริด ยิงสามประตูรวดพลิกแซงเอาชนะเจ้าถิ่น บียาร์เรอัล แบบสุดมันส์ 3-2 คว้าสามแต้มพร้อมแซง บาร์เซโลน่า ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงสำเร็จ

Please visit ราชันทวงฝูงคืน!ตาม0-2พลิกแซงดับบียาร์ฯ3-2 for more detail.

โคตรมันส์!อิบราโขกชัยดับฝันนักบุญ3-2นำแชมป์ลีกคัพให้มู

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ “ปีศาจแดง” ขน 11 ตัวจริงชุดใหญ่ลงนัดชิงชนะเลิศ อีเอฟแอล คัพ โดยปรับจากชุดล่าสุด 6 ตำแหน่ง ให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ ปอล ป็อกบา นำทัพ ส่วนนายทวารเลือกใช้ ดาบิด เด เคอา ขณะที่ เซาธ์แฮมป์ตัน ขอชัยชนะเพื่อแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กุนซือ โคล้ด ปูแอล ส่ง ดูซาน ทาดิช, เนธาน เรดมอนด์ และ มาโนโล่ กับเบียดินี่ ลุย

เกมเปิดแลกกันเต็มที่ นาทีที่ 3 เร้ด อาร์มี่ ได้ทักทายจังๆ ก่อนเมื่อ ป็อกบา ทำชิ่งกับ อิบราฮิโมวิช แล้วส่องไกลจากนอกกรอบเขตโทษ ลูกพุ่งแรง แต่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ทุบทิ้งได้หวุดหวิด จากนั้น เซาธ์แฮมป์ตัน พยายามโต้ตอบ เข้าสู่นาทีที่ 9 เร้ดมอนด์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัว พาบอลเข้าไปส่องแฉลบออกหลังไป

นาทีที่ 11 แฟนผีเสียววาบ เมื่อ มาร์กอส โรโฮ โดนปั๊มบอล ทำให้ เซดริก โซอาเรส หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาแล้วเปิดเข้ากลาง มาโนโล่ กับเบียดินี่ พุ่งชาร์จเผาขนตุงตาข่าย แต่ต้องเฮเก้อ เพราะไลน์แมนยกธงล้ำหน้า ทั้งๆ ที่จากภาพช้า เขาไม่ล้ำ ทว่าคนที่ล้ำคือ ไรอัน เบอร์ทรานด์ ที่อยู่ด้านหลัง

นักบุญ เดินหน้าใส่ไม่กลัว โดยโจมตีสลับซ้าย-ขวาจนแนวรับ ปีศาจแดง ปั่นป่วน ก่อนที่ โอริโอล โรเมอู จะโดนใบเหลืองคนแรกจากการไปสอย อันเดร์ เอร์เรร่า และจากฟรีคิกเกือบ 30 หลา “อิบรา” อาสาสังหารเสียบตาข่ายเข้าไปให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0 ในนาทีที่ 19 และนับเป็นประตูแรกที่ เซาธ์แฮมป์ตัน เสียในรายการนี้ด้วย

เซาธ์แฮมป์ตัน เร่งเครื่อง นาทีที่ 25 เอร์เรร่า ของ ปีศาจแดง ต้องเบรกเกม เร้ดมอนด์ จนโดนใบเหลืองไป จากนั้น กับเบียดินี่ ไหลคืนหลังให้ เจมส์ วอร์ด เพราส์ สับไกเรียด แต่ เด เคอา พุ่งปัดไว้ได้ ถัดมาไม่กี่นาที นายทวารสแปนิช ต้องออกแรงเซฟลูกยิงด้วยซ้ายเน้นๆ ของ ทาดิช อีก

นาทีที่ 38 ปีศาจแดง ได้เฮอีกรอบ เมื่อ มาร์กอส โรโฮ เติมขึ้นทางซ้าย ก่อนไหลให้ เจสซี่ ลินการ์ด บรรจงแปเสียบมุมผ่านมือ ฟอร์สเตอร์ เข้าไปให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 2-0

แจ๊ค สตีเฟ่นส์ โดนใบเหลืองจากการไปเปิดปุ่มใส่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล อย่างน่าเกลียด ขณะที่ ลินการ์ด ก็โดนจดชื่อไปอีกคน ก่อนที่ นักบุญ ที่ตีไข่แตกในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เมื่อ โซอาเรส เติมขึ้นทางขวาแล้วเปิดเข้ากลางให้ มาโนโล่ กับเบียดินี่ ชาร์จจ่อๆ ไม่เหลือ จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1

กลับมาเล่นครึ่งหลัง มูรินโญ่ ขยับเปลี่ยนตัวโดยส่ง ไมเคิ่ล คาร์ริค ลงแทน ฆวน มาต้า พร้อมกับได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมแทน คริส สมอลลิ่ง แต่โดนตีเสมอ เมื่อแนวรับสกัดไม่ขาด เลยโดน กับเบียดินี่ หมุนตัวตวัดยิงเข้าไปเป็น 2-2 ในนาทีที่ 48

เซาธ์แฮมป์ตัน ได้ใจบุกแหลก แต่เข้าบอลกันหนัก กระทั่งนาทีที่ 56 เร้ดมอนด์ โดนใบเหลืองไปอีกคนจากการเข้าช้าใส่ คาร์ริค จากนั้น โรเมอู โชคดีสุดๆ ที่ได้อยู่บนสนามต่อไป เพราะรอดพ้นใบเหลืองที่ 2 จากการไปชักศอกใส่ เอร์เรร่า

ปีศาจแดง รูปเกมตกเป็นรอง ผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกมมา 2 นาที หวิดโดนนำ เแต่โชคยังดีที่ลูกโขกในจังหวะเตะมุมของ โรเมอู ไปชนเสาซ้ายมือของ เด เคอา เต็มๆ

ลินการ์ด ได้วอลเล่ย์เน้นๆ ในนาทีที่ 76 แต่ข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนจะโดนเปลี่ยนให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามแทน ขณะที่ นักบุญ ส่ง โซฟียาน บูฟาล แทน ทาดิช

เกมแลกกันสนุก เข้าสู่ 10 นาทีสุดท้าย นักบุญ ถอด กับเบียดินี่ ที่ซัด 2 ลูกออก แล้วส่ง เชน ลอง หอกไอริชลงสนาม ขณะที่ แรชฟอร์ด ซัดมุมแคบติดเซฟ ฟอร์สเตอร์ อย่างน่าหวาดเสียว

แนะนำที่พักในอรัญประเทศ นาทีที่ 87 ปีศาจแดง มาได้ประตูชัยจากจังหวะที่ เอร์เรร่า เก็บตกเปิดจากขวาให้ อิบราฮิโมวิช โขกเน้นๆ เข้าไป ทำให้จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เฉือนชนะสุดมันส์ 3-2 คว้าแชมป์ อีเอฟแอล คัพ ไปครอง ถือเป็นแชมป์แรกอย่างเป็นทางการของ โชเซ่ มูรินโญ่ กับ เร้ด อาร์มี่ ด้วย โดยท้ายเกม กุนซือโปรตุเกส ยังได้ส่ง มารูอาน เฟลไลนี่ มาปิดเกมแทน มาร์กซิยาล ด้วย

For related article, please visit โคตรมันส์!อิบราโขกชัยดับฝันนักบุญ3-2นำแชมป์ลีกคัพให้มู.

เผยเชสผลงานแจ่มกว่าโอซิลซีซั่นนี้

สื่อเผย เชส ฟาเบรกาส กองกลาง เชลซี ทำสถิติแซงหน้า เมซุต โอซิล มิดฟิลด์ อาร์เซน่อล เรียบร้อยแล้ว หลังยิง 1 จ่าย 1 ช่วย “สิงห์บลูส์” ถล่ม สวอนซี ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ ส่งให้สตาร์ทีมชาติสเปน มีส่วนร่วมกับประตูของต้นสังกัดถึง 10 ลูก แถมยังลงเล่นน้อยกว่าแข้งทีมชาติเยอรมัน ถึงกว่า 1,200 นาทีเลยทีเดียว

เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์ตัวเก่ง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก กลายเป็นเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้เหนือกว่า เมซุต โอซิล ยอดเพลย์เมคเกอร์ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ไปแล้ว เมื่อเขามีส่วนร่วมกับประตูของต้นสังกัดมากกว่าสตาร์ทีมชาติเยอรมันในฤดูกาลนี้ หลังเพิ่งช่วยทีมเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ 3-1 ในเกมลีก เมื่อวันเสาร์ จากการรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ฟาเบรกาส ฉลองการลงสนามนัดที่ 300 ในพรีเมียร์ลีกของตัวเอง ด้วยการยิง 1 จ่าย 1 ช่วยให้ เชลซี เก็บ 3 คะแนนเต็ม พร้อมขยับหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง ออกไปถึง 11 คะแนนแล้ว และล่าสุดก็มีการเผยสถิติออกมาว่า ดาวเตะทีมชาติสเปน มีส่วนร่วมกับการทำประตูของ “สิงห์บลูส์” มากกว่า โอซิล ที่ถูกยกเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ อาร์เซน่อล อดีตต้นสังกัดของเขาด้วยซ้ำ

ในฤดูกาลนี้ ฟาเบรกาส ยิงไปแล้ว 3 ประตู และทำอีก 7 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก ทำให้เขามีสถิติเหนือกว่า โอซิล ที่ยิง 5 ประตูและจ่าย 4 ลูกไปแล้ว นอกจากนี้ อดีตแข้ง บาร์เซโลน่า ยังลงสนามน้อยกว่ามิดฟิลด์ อาร์เซน่อล ถึง 1,227 นาทีเลยทีเดียว

ขณะที่ ฟาเบรกาส เป็น 1 ใน 4 นักเตะชาวสเปน ร่วมกับ เปโดร โรดริเกซ, ดีเอโก้ คอสต้า และ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ที่ยิงประตูได้ในเกมระหว่าง เชลซี กับ สวอนซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และทำให้แมตช์นี้กลายเป็นเกมพรีเมียร์ลีกที่มีนักเตะชาติเดียวยิงประตูรวมกันมากที่สุด โดยไม่นับรวมชาวอังกฤษด้วย

โรงแรม สระแก้ว pantip เกมล่าสุดที่มีนักเตะชาติเดียวกันถึง 4 คนยิงประตูได้ต้อนย้อนกลับไปถึง 14 ปีก่อน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2003 ในแมตช์ที่ อาร์เซน่อล ไล่ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-1 ที่เมน โร้ด ซึ่งนัดนั้นบรรดาสตาร์ชาวฝรั่งเศส ทั้ง เธียร์รี่ อองรี, โรแบร์ ปิแรส และ ปาทริก วิเอร่า ยิงให้ “ไอ้ปืนใหญ่” ส่วน นิโกล่า อเนลก้า ยิงให้ “เรือใบสีฟ้า”

For related post, please visit เผยเชสผลงานแจ่มกว่าโอซิลซีซั่นนี้.

เผยเชสผลงานแจ่มกว่าโอซิลซีซั่นนี้

สื่อเผย เชส ฟาเบรกาส กองกลาง เชลซี ทำสถิติแซงหน้า เมซุต โอซิล มิดฟิลด์ อาร์เซน่อล เรียบร้อยแล้ว หลังยิง 1 จ่าย 1 ช่วย “สิงห์บลูส์” ถล่ม สวอนซี ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ ส่งให้สตาร์ทีมชาติสเปน มีส่วนร่วมกับประตูของต้นสังกัดถึง 10 ลูก แถมยังลงเล่นน้อยกว่าแข้งทีมชาติเยอรมัน ถึงกว่า 1,200 นาทีเลยทีเดียว

เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์ตัวเก่ง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก กลายเป็นเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้เหนือกว่า เมซุต โอซิล ยอดเพลย์เมคเกอร์ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ไปแล้ว เมื่อเขามีส่วนร่วมกับประตูของต้นสังกัดมากกว่าสตาร์ทีมชาติเยอรมันในฤดูกาลนี้ หลังเพิ่งช่วยทีมเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ 3-1 ในเกมลีก เมื่อวันเสาร์ จากการรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ฟาเบรกาส ฉลองการลงสนามนัดที่ 300 ในพรีเมียร์ลีกของตัวเอง ด้วยการยิง 1 จ่าย 1 ช่วยให้ เชลซี เก็บ 3 คะแนนเต็ม พร้อมขยับหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง ออกไปถึง 11 คะแนนแล้ว และล่าสุดก็มีการเผยสถิติออกมาว่า ดาวเตะทีมชาติสเปน มีส่วนร่วมกับการทำประตูของ “สิงห์บลูส์” มากกว่า โอซิล ที่ถูกยกเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ อาร์เซน่อล อดีตต้นสังกัดของเขาด้วยซ้ำ

ในฤดูกาลนี้ ฟาเบรกาส ยิงไปแล้ว 3 ประตู และทำอีก 7 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก ทำให้เขามีสถิติเหนือกว่า โอซิล ที่ยิง 5 ประตูและจ่าย 4 ลูกไปแล้ว นอกจากนี้ อดีตแข้ง บาร์เซโลน่า ยังลงสนามน้อยกว่ามิดฟิลด์ อาร์เซน่อล ถึง 1,227 นาทีเลยทีเดียว

ขณะที่ ฟาเบรกาส เป็น 1 ใน 4 นักเตะชาวสเปน ร่วมกับ เปโดร โรดริเกซ, ดีเอโก้ คอสต้า และ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ที่ยิงประตูได้ในเกมระหว่าง เชลซี กับ สวอนซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และทำให้แมตช์นี้กลายเป็นเกมพรีเมียร์ลีกที่มีนักเตะชาติเดียวยิงประตูรวมกันมากที่สุด โดยไม่นับรวมชาวอังกฤษด้วย

holiday palace เข้าไม่ได้ เกมล่าสุดที่มีนักเตะชาติเดียวกันถึง 4 คนยิงประตูได้ต้อนย้อนกลับไปถึง 14 ปีก่อน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2003 ในแมตช์ที่ อาร์เซน่อล ไล่ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-1 ที่เมน โร้ด ซึ่งนัดนั้นบรรดาสตาร์ชาวฝรั่งเศส ทั้ง เธียร์รี่ อองรี, โรแบร์ ปิแรส และ ปาทริก วิเอร่า ยิงให้ “ไอ้ปืนใหญ่” ส่วน นิโกล่า อเนลก้า ยิงให้ “เรือใบสีฟ้า”

Please visit เผยเชสผลงานแจ่มกว่าโอซิลซีซั่นนี้ for more detail.

แชมป์แรก!อิบรานำทัพผีดวลนักบุญชิงดำลีกคัพ

ศึกชิงแชมป์ถ้วยแรกของฤดูกาล ที่มีตั๋วลุยยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบ 3 ซีซั่นหน้าเป็นเดิมพัน

ในอดีต แมนฯ ยูไนเต็ด เคยเข้าชิงที่เวมบลีย์ กับเซาธ์แฮมป์ตัน แต่เป็นถ้วยใหญ่เอฟเอ คัพ ซึ่งครั้งนั้น นักบุญ ที่อยู่ดิวิชั่น 2 พลิกล็อกล้มผีแดง ที่อยู่ดิวิชั่น 1 ด้วยสกอร์ 1-0

เส้นทางของปีศาจแดง ในถ้วยนี้ ผ่านนอร์ทแธมป์ตัน ทีมลีก วัน 3-1, ปราบแมนฯ ซิตี้ 1-0, เวสต์แฮม 4-1 และรอบรองฯ ชนะ ฮัลล์ สกอร์รวม 3-2

ทีมของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ สภาพจิตใจกำลังดีเยี่ยม หลังผ่านแซงต์-เอเตียน ทีมจากฝรั่งเศส ด้วยประตูรวม 2 นัด 4-0 เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโรปา ลีก สำเร็จ

และจากชัยชนะเหนือแซงต์-เอเตียน 1-0 ที่ ฝรั่งเศส เมื่อวันพุธ จึงกลายเป็นชัยชนะ 5 นัดติด รวมทุกรายการแล้ว หลังจากก่อนหน้านั้นก็บุกชนะ แบล็คเบิร์น 2-1 เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เอฟเอ คัพ

ผลงานในลีกก็กำลังยอดเยี่ยม ไม่แพ้ติดต่อกัน 16 นัดแล้ว ยังอยู่อันดับ 6 แต่มีลุ้นพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก เต็มตัว หลังไล่อันดับ 4 มาเหลือแค่ 2 คะแนน

สภาพทีมมีปัญหาจากเกมล่าสุด เฮนริค มคิทาร์ยาน มิดฟิลด์ตัวรุกที่ซัลโวประตูชัยดับแซงต์-เอเตียน เกิดบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังตั้งแต่นาทีที่ 25 พลาดลงเล่นเกมนี้

แต่ข่าวดี ไมเคิ่ล คาร์ริค กองกลางตัวรับที่เจ็บน่องจากเกมเดียวกัน ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงเล่นไม่มีปัญหา

เช่นเดียวกับ เวย์น รูนี่ย์ กัปตันทีมที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ไม่มีชื่อในทีมมาแล้ว 5 นัด กลับมาลงซ้อมกับทีมตั้งแต่วันอังคารแล้ว พร้อมกลับคืนทีม

ในราย ฟิล โจนส์ กองหลังที่เจ็บเท้าอยู่ก่อนหน้านี้ ต้องรอทดสอบความฟิต

แดนกลางจะได้ อันเดร์ เอร์เรร่า กลับมาอยู่ในทีมอีกครั้ง หลังติดโทษแบนเกมยุโรป

การจัดทัพเรียก ดาบิด เด เคอา กลับมาเฝ้าเสา หลังได้พักมาตลอด 3 นัดหลังสุด ที่ให้ เซร์คิโอ โรเมโร่ ลงเล่นยูโรปา ลีก 2 นัด และเอฟเอ คัพ 1 นัด

แบ็กขวา อันโตนิโอ วาเลนเซีย ก็กลับมาผนึกกำลังกับ คู่เซนเตอร์ เอริก ไบยี่ กับ คริส สมอลลิ่ง และแบ็กซ้าย มาร์กอส โรโฮ หรือ ดาเล่ย์ บลินด์

แดนกลาง อันเดร์ เอร์เรร่า จับจองคู่กับ ปอล ป็อกบา แนวรุก เจสซี่ ลินการ์ด อาจได้รับโอกาสลงประสานงาน ฆวน มาต้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด และหน้าเป้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ฝั่งเดอะ เซนต์ส ของกุนซือ โคล้ด ปูแอล ได้พักมาเต็มๆ 2 สัปดาห์ เพราะไม่มีโปรแกรมเอฟเอ คัพ และยูโรปา ลีก ที่ตกรอบไปแล้วทั้งหมด

เกมลีกล่าสุดผลงานยอดเยี่ยม บุกถล่มซันเดอร์แลนด์ 4-0 เรียกความมั่นใจกลับมา หลังจากก่อนหน้านั้นแพ้มารวด 3 นัด

เส้นทางในถ้วยลีกคัพยอดเยี่ยมสุดๆ ล้มทีมจากพรีเมียร์ลีกด้วยกันทุกรอบแบบไม่เสียประตูเลย เริ่มจาก คริสตัล พาเลซ 2-0, ซันเดอร์แลนด์ 1-0, อาร์เซน่อล 2-0 และรองรองฯ ดับลิเวอร์พูล ประตูรวม 2 นัด 2-0

สภาพทีมจะพลาดใช้งาน เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์ฮาล์ฟคนสำคัญที่เจ็บข้อเท้าพักยาวอยู่ก่อน

และต้องรอทดสอบความฟิต โซฟียาน บูฟาล มิดฟิลด์ตัวรุกที่เจ็บข้อเท้าอยู่ด้วย

ตัวเจ็บคนอื่นๆ ยังมี ชาร์ลี ออสติน, เฌเรมี่ ปิเอด์, แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์, อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่

ปูแอล เพิ่งเซ็นฟรีคว้า มาร์ติน กาเซเรส กองหลังอุรุกวัยมาหมาดๆ แต่คงเสี่ยงเกินไปที่จะจับลงประเดิมตัวจริง เพราะไม่ได้ลงสนามมา 1 ปีเต็มแล้ว

บาคาร่าออนไลน์ การจัดทัพ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เฝ้าเสา แผงหลังต้องยึดชุดเดิม เซดริก โซอาเรส, แจ็ค สตีเฟ่นส์, มายะ โยชิดะ, ไรอัน เบอร์ทรานด์

แดนกลาง โอริโอล โรเมว คุมเกมกับ สตีเว่น เดวิส แนวรุก เจมส์ วอร์ด-เพราส์, ดูซาน ทาดิช, เนธาน เร้ดมอนด์ และหน้าเป้าต้องเลือกระหว่าง เชน ลอง กับตัวใหม่ มาโนโล่ กับเบียดินี่

For more content, please visit แชมป์แรก!อิบรานำทัพผีดวลนักบุญชิงดำลีกคัพ.

5เหตุผลที่จะทำให้นักบุญล้มผีซิวแชมป์อีเอฟแอล

ซาธ์แฮมป์ตัน มีคิวดวลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนาม เวมบลีย์ ในศึก อีเอฟแอล คัพ รอบชิงชนะเลิศ หลังโชว์ฟอร์มสวยหรูชนะทั้ง อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล มาได้ในรอบก่อนหน้านี้ ขณะที่ ยูโรสปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำ วิเคราะห์ 5 เหตุผลที่ “นักบุญ” สามารถจะเอาชนะ “ปีศาจแดง” พร้อมจบปัญหาร้างแชมป์ 40 ปี ในเกมวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ดังต่อไปนี้

1.) กับเบียดินี่ ฟอร์มร้อนแรงเกินห้ามใจ

มาโนโล่ กับเบียดินี่ กำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรง ไม่ใช่แค่เพราะการยิง 3 ประตู จาก 2 นัดให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน เท่านั้น แต่ดาวยิงชาวอิตาลียังยิง 3 ประตูให้กับ นาโปลี อดีตต้นสังกัด ก่อนย้ายเข้าสู่ถิ่น เซนต์ แมรี่ส์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาอีกด้วย หัวหอกวัย 25 ปีถือเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ครบเครื่อง ทั้งการโหม่งที่รุนแรงและการจบสกอร์ที่เฉียบขาด ซึ่งลูกยิงในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ และ เวสต์แฮม น่าจะพิสูจน์ให้เห็นเรื่องนั้นแล้ว และเจ้าตัวจะสร้างปัญหาปวดหัวให้กับ คริส สมอลลิ่ง และ เอริก ไบยี่ คู่ปราการหลัง “ปีศาจแดง” ตลอดทั้งเกมอย่างแน่นอน

2.) มคิทาร์ยาน วืดลงสนาม

เฮนริค มคิทาร์ยาน กลายเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในเกม 18 นัดหลัง โดยเจ้าตัวระเบิดฟอร์มยิง 6 ประตู และแอสซิสต์อีก 5 ครั้ง อย่างไรก็ตาม โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกส อาจต้องปรับแผงมิดฟิลด์ หลังสตาร์กองกลางทีมชาติอาร์เมเนีย ได้รับบาดเจ็บจากเกม ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่บุกชนะ แซงต์-เอเตียน 1-0 และฟิตไม่ทันลงบู๊ เซาธ์แฮมป์ตัน อย่างไรก็ตาม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังสร้างความอันตรายได้เสมอ ซึ่ง “นักบุญ” ต้องเฝ้าระวังให้ดี แม้เกมรับจะอ่อนลงเล็กน้อยจากการขาด เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค แต่ต้องไม่ลืมว่า พวกเขายังไม่เสียประตูในรายการนี้แม้แต่ลูกเดียว

3.) สถิติของ ปูแอล ในเกมบอลถ้วยสุดหรู

โคล้ด ปูแอล เคยนำ โอลิมปิก ลียง ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2010 นอกจากนี้ยังเคยนำ โมนาโก คว้าแชมป์ ลีก เอิง และบอลถ้วยในประเทศฝรั่งเศสมาแล้ว ดังนั้นเขาจะไม่ขาสั่นแน่นอนเมื่อต้องคุม เซาธ์แฮมป์ตัน ลงเล่นใน เวมบลีย์ หรือต้องเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาเคยคุมทัพ ลีลล์ เปิดบ้านเสมอ “ปีศาจแดง” ที่คับคั่งด้วยดาวดัง อาทิ เวย์น รูนี่ย์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ รุด ฟาน นิสเตลรอย ภายใต้การคุมทัพของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 0-0 ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2005 มาแล้ว

4.) แมนฯ ยูไนเต็ด อาจมีอาการล้า

เกมนี้จะเป็นการลงสนามนัดที่ 8 ในรอบ 29 วันของ “ปีศาจแดง” ซึ่งอาจส่งผลให้ทีมของ มูรินโญ่ มีอาการล้าให้เห็น โดย เซาธ์แฮมป์ตัน มีเวลาเตรียมทีมเต็ม 1 สัปดาห์สำหรับเกมนัดนี้ ขณะที่ ยูไนเต็ด มีเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าสภาพร่างกายของแข้ง “นักบุญ” จะเหนือกว่า และเรื่องนี้อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยชี้วัดผู้ชนะในเกมนี้

5.) เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่มีเรื่องอื่นให้กังวล

ดาวโหลดฮอลิเดย์ “นักบุญ” ไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแล้วในฤดูกาลนี้ โดยปัจจุบันน่าจะอยู่รอดปลอดภัยใน พรีเมียร์ลีก แบบสบายหายห่วง ขณะที่ไม่มีฟุตบอลถ้วยรายการอื่นให้ต้องกังวลแล้ว ตรงข้ามกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีคิวบุกเยือน รอสตอฟ ในเกม ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม ขณะที่ยังต้องลุ้นทำอันดับในตารางเพื่อจบเป็น 4 อันดับแรกให้ได้ โดย เซาธ์แฮมป์ตัน ยังได้รับแรงกระตุ้นกับโอกาสลงชิงชัยใน ยูโรปา ลีก หากซิวแชมป์สำเร็จอีกด้วย

For more content, please visit 5เหตุผลที่จะทำให้นักบุญล้มผีซิวแชมป์อีเอฟแอล.

ตำนานผีติป็อกบา-หนูหมากเล่นไม่ให้เกียรติเพื่อน

พอล ปาร์คเกอร์ อดีตแบ็ก แมน ยูไนเต็ด ติง ปอล ป็อกบา กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 2 แข้งทีมชาติฝรั่งเศส ไม่ค่อยให้เกียรติ และขาดความเคารพต่อเพื่อนร่วมทัพ “ปีศาจแดง” อย่างมาก ทั้งโชว์เทพ พยายามเลี้ยงและยิงประตูเองมากเกินความจำเป็น แถมยังไม่ยอมช่วยเพื่อนไล่ประกบคู่แข่งมากนักอีกด้วย

พอล ปาร์คเกอร์ ตำนานกองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาตำหนิ ปอล ป็อกบา กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 2 แข้งรุ่นน้องว่า ขาดความเคารพต่อบรรดาเพื่อนร่วมทัพในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จากการพยายามเล่นโชว์ทักษะของตัวเองเกินความจำเป็น

อดีตแบ็กขวาทีมชาติอังกฤษ เคยเล่นให้ “ปีศาจแดง” ใน พรีเมียร์ลีก กว่า 100 เกมในยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อ้างว่า ป็อกบา พยายามโชว์ลูกเล่นในสนามแทบตลอด ซึ่งถือเป็นการไม่ให้เกียรติต่อเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ห้องแต่งตัวเดียวกันอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับ มาร์กซิยาล ที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมมีความเชื่อมั่นต่อเขาลดลง

ปาร์คเกอร์ กล่าวว่า “มันเป็นไปไม่ได้สำหรับ ป็อกบา ที่จะยิง 15 ประตูและทำอีก 25 แอสซิสต์ต่อซีซั่น ปัญหาคือ เขาไม่ได้เล่นกับนักเตะที่มีรูปแบบเหมือนกับตอนเขาอยู่ ยูเวนตุส เขาพยายามทำมากเกินไป และครองบอลกับตัวนานเกินไปด้วย”

“เขาไม่เคยได้สัมผัสบอลมากนักตอนอยู่ ยูเวนตุส เพราะบางทีตอนนี้เขาอาจรู้สึกว่า ไม่ต้องให้เกียรติเพื่อนร่วมทีมรอบตัวเขาอย่างที่ควรทำ บางทีเขาอาจเริ่มทำให้ง่ายขึ้นด้วยการเคารพคนอื่นที่อยู่รอบตัวบ้าง เขาพูดแต่เรื่องที่ยิงชนเสาไปกี่ครั้ง แต่ผมมั่นใจว่า ออปต้า คงเก็บสถิติที่เขายิงไม่ตรงกรอบด้วยเช่นกัน ตอนนี้หลายอย่างเริ่มดีขึ้นหรือไม่ ถ้ารวมสถิติ 8 ครั้งที่เขายิงไม่ตรงกรอบมันย่อมไม่ดีแน่”

“ทุกคนต่างพูดแต่เรื่องที่ มาร์กซิยาล ไม่ได้โอกาสนัก แต่ตอนที่เขาลงสนาม เขาก็ทำได้ไม่ดี ถ้าคุณดูสถิติระหว่างการยิงประตูกับแอสซิสต์ของเขาแล้วล่ะก็ มันไม่ได้มากมายอะไรเลย บางทีนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้วยกับ มูรินโญ่ ว่า อยากเห็นผลงานที่ดีจากเขามากกว่านี้ ถ้าคุณมองเห็นสถิติ แต่ท้ายที่สุดทุกคนก็จะพูดถึงสิ่งที่พวกเขาโชว์ในเกม”

โรงแรมสระแก้ว “ผมยังไม่คิดว่า เขาเล่นดีพอและจ่ายบอลแบบไม่ดีนัก เขาไม่ให้เกียรติคนที่อยู่รอบๆ ตัวด้วยการทำงานหนักเพื่อพยายามกลับมาอีกครั้งหรือกระตุ้นตัวเอง พยายามรักษาตำแหน่งคอยสกัดเกมของคู่แข่งบ้างเลย” ปาร์คเกอร์ กล่าวในที่สุด

Please visit ตำนานผีติป็อกบา-หนูหมากเล่นไม่ให้เกียรติเพื่อน for more detail.

เป๊ปคารวะโมนาโกเล่นมันส์อย่างที่คาดหวัง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซูฮก โมนาโก ทีมจ่าฝูงลีกเอิง เล่นได้ดุดันอย่างที่คาดเอาไว้ และสมแล้วที่เป็นทีมเกมรุกจัดจ้านสุดในลีกยุโรป จากการยิงรวมทุกรายการเกิน 100 ลูก และยิงในลีกไป 76 เม็ด ใน 26 นัด หลังเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรก ที่ ซิตี้ เปิดบ้านเชือดระทึก 5-3 อังคารที่ผ่านมา

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยกย่อง โมนาโก และเตือนลูกทีม “เรือใบสีฟ้า” ของตัวเองไปพร้อมๆ กัน หลังเปิดสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ไล่แซงเอาชนะทีมจ่าฝูงลีกเอิง ไปอย่างสุดมัน 5-3 ศึกฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ชมเปาะทีมเยือนจากแดนน้ำหอมมีเกมรุกจัดจ้านน่ากลัว และทีมยังไม่การันตีตั๋วรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ซิตี้ รัวยิง 5 ลูกจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ ยอดหัวหอกอาร์เจนไตน์ เหมาสองลูก บวกกับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, จอห์น สโตนส์ และ เลรอย ซาเน่ อีกคนละลูก ส่วนทีมเยือนได้ ราดาเมล ฟัลเกา กดเบิ้ลเช่นกัน กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ช่วย 1 ลูก ในเกมที่ โมนาโก นำ 2-1 และ 3-2 แถม ฟัลเกา ยิงจุดโทษตอนทีมตัวเองสกอร์นำ 2-1 ไม่เข้า ไปติดเซฟ วิลลี่ กาบาเยโร่ จอมหนึบเลือดฟ้า-ขาว ในนาทีที่ 48

หลังจบเกม เป๊ป ชมเปาะ โมนาโก ว่าเล่นได้สมกับเป็นทีมที่ยิงประตูมากสุดในลีกยุโรป คือ 76 ลูกจาก 26 นัด ทั้งยังยิงรวมกันเกิน 100 ลูกรวมทุกรายการ โดยบอกว่า “ถ้าจะมีทีมไหนยิงได้เป็นพันลูกล้านลูกก็คือโมนาโก เราต้องระวังเกมโต้กลับ และมันยากมาก พวกเขาเร็วมาก ทั้ง (โตมัส) เลอมาร์, (เบนจามิน) เมนดี้ แน่นอนว่าเราต้องปรับปรุง ประตูแรกมาจากความผิดพลาด ประตูที่สองก็เหมือนเดิม”

“แต่เราไม่ยอมแพ้ เรามีโชคในบางช่วงของครึ่งหลัง และมีเหมือนกันที่ไม่มีโชค เราจะไปโมนาโกเพื่อยิงประตู นี่คือเป้าหมายของผม เราจะไม่ไปเล่นเพื่อรักษาสกอร์ เรารู้จักกันดีขึ้นแล้ว พวกเขาต้องมีการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เราเองก็เหมือนกัน มันเป็นไปได้เลยที่จะเข้ารอบหากเรายิงไม่ได้ อะไรหลายอย่างเกิดขึ้น ดังนั้นเกมนี้มันยังเปิดกว้างอยู่”

Bvcall pantip “แน่นอนว่าผมมีความสุขกับผลการแข่งขัน เพราะเรายังอยู่รอด นักเตะหลายคนเพิ่งเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรก และเรื่องแบบนี้จะช่วยสโมสรให้ก้าวไปอีกขั้น เราต้องอยู่กับสถานการณ์แบบนี้ให้ได้ ตกที่นั่งลำบาก และก้าวผ่านมันไป ไม่ยอมแพ้ ห้ามเด็ดขาด นี่คือเหตุผลที่เรายังอยู่”

Read related article at เป๊ปคารวะโมนาโกเล่นมันส์อย่างที่คาดหวัง.

ฌาร์ดิมชมโมนาโกสุดยอดชี้พลาดลูกโทษจุดเปลี่ยน

เลโอนาร์โด้ ฌาร์ดิม โค้ชโมนาโก ชื่นชมลูกทีมว่ามีเกมที่ยอดเยี่ยม และสู้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างสนุก ถึงใจคนดู ก่อนแพ้ไปแบบระทึกใจ 3-5 เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรก ที่สนาม เอติฮัด พลางชี้ว่าจุดเปลี่ยนเกมอาจเป็นตอนนำ 2-1 แล้วยิงจุดโทษพลาด ทิ้งโอกาสนำ 3-1 ช่วงต้นครึ่งหลัง

เลโอนาร์โด้ ฌาร์ดิม โค้ชโมนาโก จ่าฝูงลีกเอิง ฝรั่งเศส เชื่อว่าการพลาดจุดโทษของ ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าโคลอมเบีย ช่วงต้นครึ่งหลัง ตอนสกอร์นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทีมอดนำห่าง 3-1 ก่อนที่ไม่นานจะโดนตีเสมอ 2-2 และสุดท้ายแพ้ไปอย่างสนุก 3-5 วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โมนาโก แซงนำ 2-1 และได้จุดโทษในนาทีที่ 48 แต่ว่า ราดาเมล ฟัลเกา ยิงไปติดเซฟ วิลลี่ กาบาเยโร่ หลังจากนั้น โมนาโก ก็โดน เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” ตีเสมอ 2-2 ในอีก 8 นาทีต่อมา และแม้ว่า “เอล ติเกร” จะแก้ตัว ยิงลูกที่สองของตัวเอง ช่วยให้ทีมนำอีกครั้ง 3-2 แต่สุดท้ายก็ต้านไม่ไหว และแพ้ไป 3-5 ต้องไปลุ้นสุดตัวในเกมนัดสองที่ สต๊าด หลุยส์ เดอซ์

“ผมคิดว่าสิ่งแรกที่บอกได้ก็คือนี่น่าจะหนึ่งในเป็นเกมที่ตื่นเต้นที่สุดของแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ และแฟนบอลก็คงตื่นเต้นเหมือนกัน นี่เป็นเกมสุดยอดของแฟนบอล ผมนึกภาพออกเลยว่าคนที่ได้ดูเกมนี้คงจะมีความสุขมาก ผมคิดว่าโมนาโกมีเกมที่วิเศษ ผมต้องแสดงความยินดีกับนักเตะของผม เกมรับเราผิดพลาด 2 ครั้งและโดนลงโทษ และผมคิดว่ากุญแจสำคัญของเกมนี้คือตอนเรามีโอกาสนำ 3-1”

โทรต่างประเทศ ราคาประหยัด “เราซ้อมหนักเพื่อเล่นให้ดี เพราะเรามีแพสชั่น เราอยากทำให้แฟนบอลมีความสุข การยิงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3 ลูกเป็นเรื่องดี และมันเป็นเกมที่วิเศษ เรามีเวลาอีก 90 นาที เราจะเล่นในบ้าน มันยังไม่จบ และใครก็ตามที่ได้ดูเกมนี้ทั้งที่สนามและที่บ้าน พวกเขาได้ดูเกมที่สุดยอดมากๆ”

Please visit ฌาร์ดิมชมโมนาโกสุดยอดชี้พลาดลูกโทษจุดเปลี่ยน for more content.

เลสเตอร์เน้นคืนฟอร์ม!วาร์ดี้นำล่าชัยบ้านเซบีย่า

เซร์คิโอ รีโก้ เฝ้าประตู แนวรับเลือก ดาเนี่ยล การ์รีโซ่ ผนึกกำลังกับ อาดิล รามี่ และ เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ วิงแบ็กเลือก มาเรียโน่ กับ เซร์คิโอ เอสกูเดโร่

แดนกลางเลือกซามีร์ นาสรี่, สตีเว่น เอ็นซงซี่ และ บีเซนเต้ อีบอร์ร่า คู่หน้าจัด สเตวาน โยเวติช กับ วิสซาม เบน เยแดร์ โดย ลูเซียโน่ เวียตโต้ พร้อมเสียบ

เลสเตอร์ ซิตี้ ของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ฟอร์มบู่ไม่เลิกหลังไม่ชนะมา 8 เกมติด ล่าสุดออกไปแพ้ มิลล์วอลล์ ทีมระดับ ลีก วัน 0-1 ตกรอบ เอฟเอ คัพ อย่างน่าผิดหวัง ส่วนในลีกก่อนหน้านี้ออกไปแพ้ สวอนซี ซิตี้ 0-2 หล่นมาอยู่อันดับ 17 อยู่เหนือโซนตกชั้นเพียง 1 คะแนน

ในรายการนี้ “จิ้งจอก” ฟอร์มหรูเข้าป้ายเป็นแชมป์กลุ่ม เอฟ แม้นัดสุดท้ายโดน ปอร์โต้ เปิดบ้านถล่มยับ 5-0

สภาพทีมล่าสุด โมลล่า วาเก้ เตรียมวืดหลังเจ็บไหล่เคลือนในเกมล่าสุดซึ่งเป็นนัดประเดิมสนาม

ส่วน อิสลาม สลิมานี่ กับ เลโอนาร์โด้ อูยัว ต้องรอประเมินความฟิตกันต่อไป โดยรายแรกมีคาดโทษใบเหลือง เช่นเดียวกับ โรเบิร์ต ฮูธ

ที่พัก อรัญประเทศ คาดกันว่า รานิเอรี่ เตรียมเรียกตัวหลักที่ได้พักกลับมากันแบบถ้วนหน้า แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เฝ้าประตู แบ็กโฟร์เป็น แดนนี่ ซิมพ์สัน, โรเบิร์ต ฮูธ, เวส มอร์แกน และ คริสเตียน ฟุคส์

แดนกลางใช้งาน วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ที่ถูกส่งชื่อลงรายการนี้หลังย้ายมาร่วมทัพเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา กับ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ปีกขวา-ซ้ายเป็น ริยาด มาห์เรซ กับ เดมาไร เกรย์ คู่กองหน้าเลือก เจมี่ วาร์ดี้ กับ ชินจิ โอกาซากิ

Read more post at เลสเตอร์เน้นคืนฟอร์ม!วาร์ดี้นำล่าชัยบ้านเซบีย่า.